Uncategorized

การไม่มีตัวตน

 

      การที่เซนมุ่งแนะเรื่องการไม่มีตัวตนเป็นประจำ ก็เป็นเพราะเมื่อเราคิดว่าเรามีตัวตนแล้ว เราก็มักจะเกิดความยึดติด อยากได้อยากมี ไม่อยากได้ไม่อยากมี คิดไปต่างๆนานา จนไม่อาจหลุดพ้นได้ แต่เมื่อมันไม่มีตัวตนให้เกาะติด คิดเสียว่ามันไม่มี ก็สามารถขจัดความรู้สึกอันยึดติดเหล่านั้นได้

ความอัศจรรย์ของคำสอนอยู่รอบตัว

      เซนแนะนำให้เราสนใจคำสอนที่อยู่รอบตัว มิใช่มุ่งแต่ในตำรา เพราะชีวิตประจำวันนี่แหละที่สามารถสอนใจ ให้ข้อคิดธรรม และยังมีความหัศจรรย์อย่างเยี่ยมยอด ทั้งนี้ก็อยู่ที่เราว่าจะมีความเพียรพยายามในการปฏิบัติจนสังเกตเห็นเซน หรือเห็นปัญญาหรือไม่ เพียงสายน้ำไหล นกร้อง สุนัขเหยียบย่างก็เป็นเซน ละเป็นคำสอนที่สุดอัศจรรย์ได้

       เซนเน้นเรื่องการอยู่กับปัจจุบัน

       การอยู่อย่างเซนก็คือ การอยู่กับปัจจุบันวันนี้ให้ดีที่สุด อย่าเอาแต่ระทึมทุกข์กับอดีต นึกติดกับความสุขในวันวาน และโหยหาอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เพราปัจจุบันคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้า จะสุขหรือทุกข์ก็มีอยู่จริงตรงหน้า จึงเปล่าประโยชน์หากจะพูดถึงอดีตที่ผ่านมาและอนาคตที่ไม่อาจรู้ได้

มีสติคือตัวรู้

       เซนยังแนะนำให้เรามีสติอยู่กับตัวตลอดเวลา เพราะสติจะทำให้เราไม่หลงลืม ไม่ประมาทในชีวิต ไม่ประมาทกับศัตรูทางจิตใจ ดังนั้นผู้ที่ปฏิบัติเซนเป็นประจำจึงมีความนิ่งสงบ สุขุมเยือกเย็น ขณะที่มีสติอยู่กับตัวตลอดลมหายใจเข้าออก

เซนทำให้ละเปลือกนอก

       ผู้ศึกษาเซนมักจะรู้สึกว่าบ่อยครั้งที่เซนไม่ได้บอก ไม่ได้สอน ไม่ได้แนะ แต่กลับท้าทายให้เรากล้าเสียสละเปลือกนอกอันเป็นความยึดมั่นถือมั่นทั้งปวงออกไป ดังนั้นนักบวชโบราณจึงถึงกับเผาคัมภีร์ เผาสิ่งบูชาทั้งปวง และใช้ชีวิตแบบคนจรจัดกินนอนตามข้างถนน เพื่อที่จะเข้าถึงเซน เข้าถึงความเป็นเซน แต่ปัจจุบันนี้เราคงไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น เพียงแค่รู้ว่าเปลือกนอกเราอยู่ที่ใดบ้าง แล้วค่อยๆลอกเอาเปลือกออกบ้างก็ถือว่าดีแล้ว

เซนบอกอะไรเรา

     เซนบอกอะไรเรา

เซนนั้นมีหลักธรรมคำสอนที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งเราสามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากลับชีวิตประจำวันของเราได้เป็นอย่างดี ดังนั้นมาดูกันว่าเซนบอกอะไรกับเราบ้าง

เซนมุ่งให้เรามองเข้าไปที่ตนเองก่อน

      การที่เซนแนะให้เรามุ่งไปที่ตนเองก่อน ก็คือการที่ให้เรามุ่งไปที่ธรรมชาติของตน หรือตัวตนของตนเอง แล้วเราจะเห็นว่าเราทุกคนต่างมีพุทธะอยู่ในตัวอยู่แล้ว ซึ่งพุทธะนี้ก็คือ ความรู้แจ้ง คือปัญญา จากนั้นให้เราวิ่งวุ่นไปเรียนที่สำนักใดเพื่อการบรรลุ แต่ให้พิจารณาที่ตนเองเสียไปก่อน และเมื่อเราสามารถเกิดพุทธะได้แล้ว ก็จะทำให้ลดอุปาทาน หรือความยึดมั่นถือมั่น ตลอดจนอวิชชา ตัณหาต่างๆได้

      เซนจะทำลายกรอบเดิมๆ

ที่บอกว่าเซนจะทำลายกรอบเดิมๆ นั้นก็คือว่า เซนแนะนำให้ทำลายความคุ้นชินเดิมๆ หรือกรอบเดิมๆ ที่ทำมา ซึ่งกรอบนั้นล้วนทำให้เราเคยชินกับกายึดติด และเรื่องเศร้าหมองทั้งปวง จากนั้นก็ให้เราสร้างเค้าโครงจากสิ่งเดิมที่มีอยู่ การจะบอกว่าเซนเป็นเรื่องแปลกใหม่จึงไม่อาจบอกได้ แต่อย่างไรก็ตามการดำเนินอย่างเซนก็จะช่วยให้เราหลุดพ้น เห็นทางสว่างโดยที่ไม่ได้เปลี่ยนมันไปเสียทุกอย่างในชีวิตคุณ

เซนไม่มีพระเจ้า

       เนื่องจากเซนคือธรรมชาติรอบตัว ไม่มีผู้สร้างเซน เซนคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ดังนั้นเซนจึงไม่นับถือพระเจ้า ไม่เห็นพระเจ้า ซึ่งเซนนี้ก็มิได้หมายความว่าเซนลบหลู่ศาสนาที่นับถือพระเจ้าแต่อย่างใด เพียงแต่ของเซนไม่มี จึ่งไม่จำเป็นต้องกล่าวว่ามี และเมื่อไม่มี เซนก็ดำเนินไปด้วยตัวของมันเองโดยแท้ ไม่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากพระหัตถ์ของพระเจ้า ผู้ที่สนใจจึงมุ่งไปที่ปรัชญา หรือข้อธรรมแห่งเซนโดยตรง ทำให้การมุ่งสู่ทางธรรมชาติของเซนเป็นไปอย่างตรงจุด

ตำนานต้นกำเนิดเซน

ตำนานต้นกำเนิดเซน

จากตำนานได้กล่าวไว้ว่าเซนมีต้นกำเนิดมาจากการที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแบบไร้การสอนด้วยคำพูดแต่ถือเป็นการสอนอย่างเซนโดยแท้ เมื่อครั้งที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับนั่งพร้อมด้วยเหล่าภิกษุอยู่ที่ภูเขาดิชณกูฎนั้น ท้าวมหาพรหมได้มาเข้าเฝ้าพระองค์ และยังถวายดอกไม้สีทองด้วย พร้อมกันนั้นก็ยังขอให้พระองค์แสดงธรรมเทศนา แต่แทนที่ด้วยพระองค์จะตรัสสอนสั่งก็กลับกระทำอาการที่น่าประหลาดใจ คือพระองค์จะตรัสสอนสั่งก็กลับกระทำอาการที่น่าประหลาดใจ คือ พระองค์ทรงรับดอกบัวนั้นไว้แล้วทรงชูสูงขึ้น ขณะที่ทอดพระเนตรไปยังดอกบัวนั้นด้วยอาการนิ่งเงียบที่สุด

ขณะนั้นพระมหากัสปะเถระ ก็ยิ้มออกมาประหนึ่งว่าท่านรับรู้คำสอนที่พระองค์ส่งมา แม่จะเป็นเพียงคำสอนนอกคัมภีย์ที่ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ถือว่าเป็นคำสอนที่พิเศษยิ่ง และยังเป็นครั้งแรกของเซน คือปราศจากการพูด ปราศจากการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ก็แสดงให้รับรู้ถึงหลักธรรมคำสอนอันมีค่ายิ่ง

 

คำจำกัดความเซนมีเพียง 4 คำ

บางคนกล่าวว่าเซนนั้นแท้จริงแล้วก็มีกลักการเพียง 4 คำเท่านั้นเนื่องจากปรมาจารย์รุ่นแรกของเซนได้ให้ความจำกัดความของเซนไว้ 4 ประโยค ดังนี้

  1. พ้นจากการบัญญัติไว้ คือปราศจากการบันทึกเอาไว้ หรือ อีกนับหหนึ่งคือ เซนไม่มีคำสอนที่ตายตัว
  2. ไม่อาจเข้าถึงได้ด้วยการเรียนจากตำรา คือเซนต้องเรียนเองซึกษาด้วยตนเองแล้วจะรู้เอง เซนจึงไม่ได้อยู่ตามตำรา แต่อยู่รอบตัวเรา
  3. ลัดตรงเข้าสู่ใจ คือ เซนตรงจุด ตรงใจ ไม่อ้อมค้อม
  4. มองดู (รู้) พุทธะก็ย่อมเกิดคือ เมื่อเข้าใจแล้วเกิดความรู้แจ้ง

 

“เซน” ตามที่เขาตั้งฉายาให้

     เนื่องจากเซนมิได้โอ้อวดว่าตนเป็นอย่างไร ดีอย่างไร ดังนั้นจึงมีผู้รู้และผู้สนใจให้ความหมาย หรือคำจำกัดความแห่งเซนไว้มากมายจนอาจเรียกว่านี้คือฉายาที่เขาทั้งหลายได้ตั้งให้กับเซน ซึ่งเนื้อแท้แห่งเซนเองคือความว่าเปล่า แต่มีเนื้อเสื้อผ้าอาภรณ์ที่เขาให้มาห่อหุ้มคลุมกาย ก็ย่อมมีคามน่าสนนใจยิ่งขึ้น

เรียนชีวิตผ่าน นิทานเซน


กระตุกความคิดสะกิดปัญญา

                ถ้าจะถามคุณว่าวันนี้ชีวิตยุ่งไหม เหนื่อยยากไหม มีความสุขหรือยัง เชื่อแน่ว่าคำตอบที่ได้รับจากคุณคบงไม่ใช่คำตอบที่ดีเป็นแน่ เพราะทุกวันนี้คนเราน่าสงสารนัก การจะหาความสุขใส่ตนก็เป็นเพียงแค่ความสุขชนิดที่เรียกว่าฉาบฉวยเท่านั้น เมื่อหมดสุขตรงหน้าเราก็กลับมาทุกข์ในทันที เป็นอย่างนี้ร่ำไป เรียกว่าความสุขก็ไม่จีรัง ทุกข์ร้อนก็แสนเนิ่นนาน

เมื่อชีวิตเป็นเช่นนี้ การหาหนทางให้ชีวิตดีขึ้นจึงเป็นเรื่องที่สมควรทำ ซึ่งสิ่งที่จะช่วยบรรเทาได้ทางหนึ่งก็คือ การหาความสุขสงบหาปัญญาจากการอ่าน  ซึ่งนิทานเซน นับเป็นเครื่องมือทางปัญญาแห่งการหลุดพ้น ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นหนทางแห่งการแก้ปัญหาที่ตรงจุด หยุดความอยากได้อยากมีอันเป็นกิเลสที่ทำให้เศร้าหมอง พร้อมจะนำชีวิตไปตามครรลองแห่งความสุขสงบต่อไป

ดังนั้นถ้าคุณยังไม่ได้ทำความรู้จักนิทานเซน ก็ขอให้คุณลองเปิดอ่านก่อน เผื่อว่าบางทีนี่จะเป็นวิธีแก้ทุกข์โศกที่เหมาะกับคุณ ที่จะทำให้คุรได้รู้ว่าความสุข ความทุกข์ สรรพสิ่งสวยงามที่ผ่านมา ล้วแต่เป็นสุขลวง ทุกข์ปลอม และเป็นสรรพสิ่งแห่งมายาทั้งสิ้น

เซนจึบไม่เพียงแต่ทำให้คุรได้เข้าใจชีวิตเท่านั้น แต่เซนยังชวนเชิญให้คุณนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ไปแก้ไข ไปปรับปรุง ไปทำให้เกิดประโยชน์ เพราะเซนสอนแบบกระตุกให้ฉุกคิด บางครั้งความแรงความตรง ความชัดเจนจากนิทานก็เข้ามาโดนใจเราเข้าเต็มๆ

นิทานเซนจึงไม่เป็นเพียงนิทานสอนใจเท่านั้น แต่เป็นทางเดินหรือททางเลือกที่นำชีวิตคุณมาสู่หนทางที่สงบสุข ช่วยบรรเทาทุกข์ที่เกิดขึ้นทั้งปัจจุบัน และทุกขืที่ฝังแน่นเป็นปมอยู่ในใจคุณ อันเป็นปมที่คอยตามหลอกหลอนคุณมาโดยตลอด

และเนื่องจากเซนไม่ได้สอนให้เชื่อ แต่บอกให้พิสูจน์ ให้เรียนรู้ด้วยตนเอง คุณจึงยังไม่ต้องเชื่อสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด ถ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ต้องเป็นเพราะผ่านการพิสูจน์แล้วจนแจ่มแจ้ง ซึ่งความรู้ความคิดที่คุรได้รับนี่แหละ ที่อาจจะทำให้คุรได้ตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตทางใหม่ที่ดีงามยิ่งขึ้น